หาม ทาทา ยัง ส่งรพ หวั่น

เป็นไข้หวัด09

 

   เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักร้องสาวลูกครึ่ง ไทย-อเมริกา คนดัง อมิตา ทาทา ยัง ถูกญาติหามส่ง รพ.สมิติเวช หลังพบว่า มีไข้สูงตัวร้อน ซึ่งทางญาติๆ เกรงว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะที่ผู้จัดการส่วนตัว เปิดเผยว่า

ทาทา ยัง
นักร้องสาวคนเพิ่งเดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต หลังกลับจากทำงานอัลบั้มใหม่ เมื่อเดินทางกลับมายังกรุงเทพฯ นักร้องสาวรู้สึกร่างกายผิดปกติ มีอาการป่วย เจ็บคอ มีไข้ขึ้นสูง ซึ่งที่ผ่านมา ทาทา ยัง โหมทำงานอย่างหนักกับอัลบั้มชุดใหม่ เบื้องต้นแพทย์สั่งเฝ้าระวังหวั่นป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และห้ามเยี่ยม 2 วัน รายละเอียดเพิ่มเติม ทางผู้สื่อข่าวจะรายงาน

 

 ป๋อเลื่อนแต่งงานปีหน้า เอ๋ พรทิพย์

เครียดเรื่องคดีฟ้องร้อง

 

 

บอกพร้อมนานแล้ว อยากแต่งปีนี้ แต่เลื่อนเพราะรอเอ๋เคลียร์คดีให้สบายใจ

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ป๋อ - ณัฐวุฒิ สกิดใจ พระเอกช่อง 7 สี กล่าวถึงแผนวิวาห์กับ เอ๋ - พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ นางร้ายสาวหน้าหวานว่า จริงๆ พร้อมมาตั้งนานแล้ว อยากแต่งในช่วงที่ตนเองอายุ 35 ปี ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ แต่พอดีช่วงนี้ เอ๋มีข่าวอื่นๆ เข้ามา อย่างเรื่องการขึ้นโรงขึ้นศาล กลายเป็นว่าปีนี้มีเรื่องไม่สบายใจ พอมีเรื่อง เริ่มชักไม่สนุกแล้ว อยากให้ค่อยๆ เคลียร์กันไปก่อน ขยับไปเป็นปีหน้าก็ได้

ป๋อกล่าวถึงกรณีที่แฟนสาวถูกฟ้องร้อง ในฐานะพิธีกรร่วมในรายการคันปากว่า "ผมรู้สึกสงสารเขา ตอนแรกเอ๋วิตกกังวลไปหมด ลน เอ๋ค่อนข้างเครียดมาก แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เหมือนระยะเวลาช่วยรักษาได้ดีขึ้น กับน้องก็ปลอบว่าคนเราต่างจิตต่างใจ บอกเขาว่าอย่าตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้ามีปัญหาก็พยายามแก้ไขไปทีละช่วง โดยส่วนตัวผมคงพูดอะไรมากไม่ได้ ได้แต่เป็นกำลังใจให้น้องเขามากกว่า อยากให้ทุกอย่างคลี่คลาย ไกล่เกลี่ยในทางที่ดี เพราะจริงๆ เอ๋เองเขาก็ไม่ได้มีเจตนา ทำตามหน้าที่ของการเป็นพิธีกร ตื่นเช้ามาอ่านข่าวบันเทิง"

นักข่าวเปลี่ยนบรรยากาศถามเรื่องสวีตของทั้งสอง ป๋อกล่าวว่า "จุดที่ผมว่าเอ๋ใช่สำหรับรับเรา คือ เอ๋เขาบ้าๆเหมือนผม(หัวเราะ) อยู่กับเอ๋แล้วสนุก เอ๋เขาเป็นคนที่มีหลายมุม มุมที่โดดเด่นมักจะทำให้ขำ คือ เขาชอบมาแปลกๆ มีอะไรเซอร์ไพรส บางทีเขาก็มาแบบซุปเปอร์แมนบ้าง ใส่กางเกงอะไรมาก็ไม่รู้ เห็นแล้วขำดี อย่างเวลาที่เราทำอะไรบ้าๆบอๆเขาก็จะขำด้วย วันนี้ถือว่าผมพิสูจน์ด้วยเวลาจากที่คบกันมา 6 ปี มาถึงวันนี้ผมพูดได้เต็มปาก พูดได้ไม่อายเพราะเราเองก็คบเขาคนเดียว เราก็ไม่มีใครอื่นเลย"

 อัศวิน ปัดเป็นไส้ศึกคดี

ยิงถล่ม สนธิ

             อัศวิน ยันไม่ได้เป็นไส้ศึก ยอมรับพูดคุยกับผบ.ตร.เรื่องคดียิงสนธิ ด้าน ธานี ระบุ ยังไม่ออกหมายจับเพิ่ม ยันไม่สนผลโพลล์ ชาวบ้านไม่เชื่อมั่น 2 ผู้ต้องหาเป็นผู้ต้องหาจริง ย้ำประชาชนไม่เห็นพยานหลักฐานเหมือนเจ้าหน้าที่

(20ก.ค.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 12.00 น. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุม 2 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพธม. ว่า ความจริงแล้วตนไม่ได้เป็นหนึ่งในทีมพนักงานสอบสวนของคดีลอบสังหารนายสนธิ แต่ตนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.ดูแลการทำงานในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อพล.ต.อ.ธานี สั่งการอะไรเกี่ยวกับคดีลอบสังหารนายสนธิลงมาก็ต้องมีหน้าที่ปฎิบัติตาม หน้าที่ที่ดูแลบช.น.

พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวต่อว่า เมื่อมีการออกหมายออกหมายจับผู้ต้องหาคดีนี้แล้วก็เชื่อว่าเป็นตัวจริง ต้องมีหน้าที่ติดตามจับกุมไป ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่ามีการติดต่อเข้ามอบตัวจากผู้ต้องหาทั้งสองราย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายกบดานอยู่ที่จ.อุดรธานีนั้น แนวทางการสืบสวนเชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในภาคใต้ ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆ ขอให้ไปสอบถามพนักงานสอบสวนเพราะตอนประชุมออกหมายจับนั้นก็ไม่ทราบรายละเอียด ไม่ทราบว่ามีหลักฐานอะไร ทราบจากสื่อเท่านั้น แต่ก็เชื่อในการทำงานของทีมพนักงานสอบสวน และผู้ต้องหามีอีกหลายคน

เมื่อถามว่ามีหลักฐานชัดเพียงไรว่า จ.ส.ต.ปัญญา ศรีเหรา และส.ต.อ.วรวุฒิ เกี่ยวข้องในการวางแผนลอบยิงนายสนธิ พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มแรกที่เกิดเหตุ ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นคนร้ายบ้าง เรื่องนี้ต้องตอบสังคมให้ได้ภายใน 5-10 วันว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะอะไร และมีความชัดเจนเพียงไร จึงออกหมายจับ เมื่อถามว่า มีพ.อ.ส.เป็นคนบงการ ลอบสังหารนายสนธิ พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คนบงการต้องเป็นคนที่ไม่พอใจคุณสนธิ เมื่อถามว่าเป็นการลงขันหรือเปล่า พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า หลักฐานยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการลงขัน ทั้งนี้ในเรื่องของความคืบหน้าของคดีต้องสอบถาม พล.ต.อ.ธานี จึงจะได้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จากกรณีที่มีคนสงสัยว่าพล.ต.ท.อัศวินเป็นไส้ศึก เนื่องจากที่ผ่านมาหยุดการติดตามการสืบสวนคดีนี้ไป พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ไมได้หยุดนะ เรื่องไส้ศึกนั้นก็ไม่ทราบ รู้แค่ไหนก็พูดแค่นั้น ที่ผ่านมาท่านธานีก็ไว้ใจให้ทำงานเพราะกว่าจะมีการออหมายจับได้นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการทำงานในชุดของตน เมื่อถามว่า พล.ต.ท.อัศวินเป็นผู้รายงานความคืบหน้าคดีให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ให้ทราบเป็นระยะนั้น พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ปกตินั้น เมื่อมีความคืบหน้าคดีก็จะบอกท่านธานีก่อน และท่านธานีจะเป็นคนตัดสินใจว่า จะต้องรายงานใครบ้าง แต่เมื่อผบ.ตร.สอบถามก็มีการตอบไปบ้าง เป็นการพูดคุยแบบไม่เจาะลึก ยืนยันว่าไม่มีการสั่งเบรคคดีจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง และผบ.ตร.ก็บอกให้ดูแลคดีนี้ให้เต็มที่ไป อย่าให้พลาด ต้องชัดเจน

สำหรับกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท ย้ายพ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.6 บก.รน. หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดียิงนายสนธิ กลับยังต้นสังกัดนั้น ซึ่งพ.ต.อ.วิวัฒน์ มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการแกะรอยโทรศัพท์ พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า พ.ต.อ.วิวัฒน์เป็นส่วนหนึ่งในทีมสืบสวน เมื่อเขาถูกย้ายกลับต้นสังกัด ก็มีคนอื่นทำงานได้ อย่างทีมของตนก็มีพล.ต.ต.วีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์ รองผบก.จตร. หรือพ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบก.จร. ก็ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว และรายงานให้พล.ต.อ.ธานีทราบตลอด

ด้านพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร.กล่าวถึงความคืบหน้าคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับเพราะพยานหลักฐานยังเพียงพอส่วนการตามจับผู้ต้อง หาสองคนก็ยังไม่มีความคืบหน้า สำหรับคดีมีคนลงมือหลายคนแต่ยังนับไม่ถูก คนยิงก็มีรถสองคันแล้ว และยังมีที่อื่นอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ เหมือนรู้ตัวคนบงการแล้ว พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ที่นายกฯ พูดก็เป็นไปตามที่นายกฯ พูด ส่วนเรื่องคนบงการในการสืบสวนก็เป็นเรื่องการสืบสวน ส่วนการดำเนินคดีเพี่อหาพยานหลักฐานจะจับคนร้ายก็ต้องแยกออกจากกัน ซึ่งตอนนี้ในการสืบสวนก็ยังไม่ร็ว่าใครเป็นเป็นบงการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า โพลล์สำรวจความคิดเห็นประชาชนไม่เชื่อมั่นว่าผู้ต้องหาสองคนที่จับมาเป็นตัวจริง พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่าประชาชนไม่เห็นพยานหลักฐานเป็นเรื่องความรู้สึกของเขาจะเอาที่ประชาชนเชื่อมั่นไม่ได้ ต้องทำตามพยานหลักฐานจะนำพยานหลักฐานมาแฉให้ประชาชนดูก็คงทำไม่ได้ ตนเองยืนยันไม่มีความขัดแย้งกับใคร ไม่ได้ขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาและยังไม่มีการปรับทีมทำงาน ใครอยากทำก็ทำ ใครไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร.ได้ช่วยทำคดีอะไรบ้าง พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ไม่รู้ ไปถามพล.ต.ท.อัศวินเอง ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พล.ต.ท.อัศวินพูดเหมือนน้อยใจว่าท่านไม่มอบงานให้ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า อัศวินพูดแบบนั้นจริงเหรอ สำหรับกรณีกรณีที่พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก6.บก.รน.ไม่ได้มาช่วยทำงานจะไม่ผลกับการทำคดีหรือไม่ รองผบ.ตร.กล่าวว่า ขาดคนคนเดียวไม่ใช่ออกหมายจับไม่ได้ งานนี้ไม่ใช้ทำงานคนเดียวต้องช่วยกันทำ ทำงานกันเป็นทีม

ด้านพล. ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบก.ประจำสำนักงานรองผบ.ตร.กล่าวว่า อยู่ระหว่างประสานข้อมูลหน่วยงานราชการที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัย เพี่อรวบรวมหลักฐานในการจะออกหมายจับเพิ่ม ส่วนการเรียก "เสธ.ด." มาสอบปากคำนั้นตอนนี้ยังไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้